นิทานเรื่อง : ซินเดอเรลล่า
บ้านหลังงามที่ตั้งอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้นานาพรรณ
ที่กำลังส่งกลิ่น
หอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณเป็นของพ่อม่ายหนุ่มรูปงามผู้มั่งมีคนหนึ่ง
เขาครองตัวเป็นโสดอยู่มาได้นานวัน นับจากที่ภรรยาสุดที่รัก ของเขา ได้เสียชีวิตลง
เหตุเป็นเพราะเขารักลูกสาวคนเดียวของเขามาก เธอเป็น
เด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่ยิ่ง เธอคนนั้นมีนามว่า "
ซินเดอเรลล่า "
แต่แล้วอยู่ต่อมาไม่นาน
พ่อม่ายรูปงามก็เกิดทนความเหงาไม่ได้ เขาได้ตกลงใจแต่งงานใหม่กับหญิงม่ายนางหนึ่ง
และทางฝ่ายนั้นก็ได้มีลูกติด
มาด้วยถึงสองคน แรก ๆ ทั้งแม่เลี้ยง และลูกสาวของหล่อนต่างก็ทำเป็นรักและเอ็นดู
ซินเดอเรลล่าอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่ก็เฉพาะแต่ในยามที่อยู่ต่อหน้าบิดาของเธอเท่านั้น นานวันเข้า ความงามของ
ซินเดอเรลล่าก็จะดูฉายชัดและ
ล้ำหน้ามากไปกว่าสองสาวลูกสาว ของนางขึ้นมาเรื่อยๆ ความเอ็นดูจึงแปรเปลี่ยนไป
จนกลายมาเป็นความริษยา และความเกลียดชังไปในที่สุด....
เมื่อบิดาของซินเดอเรลล่าได้ล้มป่วย
และต้องมาตายจากไปก่อนวัย อันสมควรอย่างนั้นด้วยแล้ว
ทุกอย่างจึงดูเหมือนกับว่าจะเข้าข้างนางแม่เลี้ยงและ
สองสาวพี่น้องที่จะได้แกล้งให้
ซินเดอเรลล่าให้จมอยู่แต่ในครัว
โดยเปลี่ยนสภาพ มาเป็นยิ่งกว่าคนใช้
เพราะนางแม่เลี้ยงได้ไล่คนใช้ในบ้านให้ออกไปทั้งหมด
และนางได้ยกงานบ้านทุกอย่างให้เป็นของซินเดอเรลล่าไปโดยปริยาย....ดังนั้น
ซินเดอเรลล่าจึงได้แต่วิ่งวุ่นหน้าเป็นมันอยู่แต่ที่ในครัว หัวหูยุ่งเหยิงไปหมดกับ
การทำงานบ้านทั้งวันและทุกวัน ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนกับใครเขา จนอาจที่
จะพูดได้ว่าหากเป็น คนที่เพิ่งรู้จักกับครอบครัวนี้ ก็จะนึกว่า
ครอบครัวนี้มีลูกสาว อยู่เพียงสองคน กับคนรับใช้สาวแสนสวยอีกคนหนึ่งเท่านั้น
วันหนึ่งพระราชาผู้ครองเขตแดนได้ประกาศจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้น
บรรดาสาวงามทั่วทั้งอาณาจักรได้รับเชิญให้เข้าไปร่วมในงาน เพื่อให้เจ้าชาย
รูปงามเลือกเป็นพระชายา สองสาวพี่-น้องก็ได้รับเชิญให้ไปในงานเลี้ยงครั้งนี้
กับเขาด้วย ตามปกติหลังจากที่เสร็จงานในครัวแล้ว
ซินเดอเรลล่ามักจะออกไปนั่งเล่นอยู่ที่สวน
หลังบ้านเสมอ แต่วันนี้... พี่สาวทั้งสองของเธอไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้พักผ่อน
เอาเสียเลย ด้วยเพราะทั้งสองได้เรียกซินเดอเรลล่าให้เข้าไปช่วย เตรียมเสื้อผ้า
โดยบอกว่า
" ฉันสองคนจะไปงานเลี้ยงในวัง
เตรียมรีดชุดให้ด้วย " หลังจากนั้น
ทั้งสองก็คุยกันถึงงานที่จะมีในไม่ช้านั้นอย่างตื่นเต้น ต่างก็หวังใจว่า
ถ้าเผื่อโชคดี บางทีเจ้าชายจะเชิญเธอ
ทั้งสองเต้นรำก็อาจเป็นได้...ทั้งสองฝันหวานกันอย่าง มากเลยทีเดียว....
และแล้วก็ถึงวันงานที่สองสาวพี่-น้องรอคอยมาถึง
ทั้งสองเรียก
ซินเดอเรลล่า แบบรีบเร่งว่า
" เร็วเข้า
เอาเสื้อผ้าที่พวกเราเตรียมไว้มาเร็ว ๆ เข้าสิ..มัวแต่ชักช้าอยู่นั่นแหละ
แล้วก็รีบมาทำผมให้เราสองคนด้วยเร็ว ๆ เรากำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงในพระราชวัง
แล้วก็ไม่อยากที่จะไปให้ล่าช้ากว่าใครเสียด้วย..." ซินเดอเรลล่าไม่พูดว่าอะไร
เธอเพียงแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำตามคำสั่ง ที่พี่สาวทั้งสองสั่งให้ทำอย่างเดียว เมื่อ
พี่สาวทั้งสองแต่งตัวเสร็จแล้ว นางแม่เลี้ยงก็พูดกับ
ซินเดอเรลล่าว่า
" ลูกสาว
แสนสวยทั้งสองของฉันได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงที่ในวัง..ส่วนแกน่ะต้องเฝ้าบ้าน
"ซินเดอเรลล่า " ได้ยินไหม? มันเป็นหน้าที่ที่สำคัญของแก เข้าใจเสียด้วย " พูด
แล้วนางก็เดินหันหลังให้ แล้วรีบเร่งไปยังพระราชวังพร้อมกับลูกสาวที่หยิ่งยโส
ของนางทั้งสองทันที....
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว
ซินเดอเรลล่ามีความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง
ไว้ให้อยู่เพียงลำพัง..อย่างน่าสงสาร เธอนั่งฟุบหน้าลงไปที่บนเตียงและร่ำให้
จนน้ำตานองหน้า อย่างน้อยใจว่า
" ฉันมันคนวาสนาน้อยด้อยค่านัก
ไม่มี สิทธิ์ที่จะไปไหนมาไหนกับใครเขา
ฮื่อ..ฮื่อ..นี่ถ้าฉันจะได้ไปในงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย ฉันคงจะรู้สึกว่า
โลกนี้ยังมีความสวยงาม หลงเหลืออยู่บ้างนะ แต่...ถึงฉันจะไปได้
ฉันก็ไม่รู้ว่าจะแต่งชุดไหนไปอยู่ดีนั่นแหละ ในเมื่อชุดสวย ๆ ของฉันนั้นไม่มี
หลงเหลืออยู่เสียแล้ว... "
หญิงสาวพยายามตัดใจจากเรื่องงานเลี้ยง
แล้วเตรียมตัวที่ จะเข้านอน แต่...ทันใดนั้นเอง.....
ก็ปรากฏร่างๆหนึ่งขึ้นที่ตรงหน้าต่างที่ในห้อง
ร่างที่ปรากฏนั้นเป็นหญิงสูงอายุในมือ ของนางมีไม้เท้าที่มีดาวดวงเล็ก ๆ
ติดอยู่ที่ปลายไม้ นางยิ้มให้ซินเดอเรลล่าและพูดทักทายว่า
"
โถ..ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกินสาวน้อยคนดีของฉัน...ฉันเป็นแม่มดผู้ใจดี
จ้ะ...ไม่ต้อง ทำหน้าตกใจอย่างนั้นสิ คำอธิฐานของเธอนั้นได้ยินไปถึงฉัน
แล้วฉันก็เห็นว่าเธอเป็นคนดี เพราะฉะนั้น คำอธิฐานจึงมีสิทธิ์ที่จะเป็นไปได้
ฟังนะก่อนอื่นใด..เธอจงไปหา ผลฝักทอง มาหนึ่งผล, หนูนาหนึ่งตัว...อ้อ..
แล้วก็หนูสีขาวอีกหกตัวด้วยนะ... นำมาให้ฉันที่นี่ โดยด่วนเลย "
เมื่อซินเดอเรลล่าไปหาสิ่งที่แม่มดผู้ใจดีต้องการมาได้ทั้งหมดแล้ว
นางแม่มดก็เริ่มร่าย เวทมนต์ขึ้นในทันที นางได้เสก
ผลของฟักทองให้กลับกลายมาเป็นรถม้า คันงาม
เสกหนูนาให้กลายเป็นคนขับประจำตัวของซินเดอเรลล่า และยังเสกหนู สี
ขาวทั้งหกตัวนั้นให้กลายมาเป็นม้าเพื่อมาเทียบรถให้อีกเสียด้วย นางยิ้มอย่าง
พอใจกับกับผลงานของนาง แล้วทีนี้ นางก็หันหน้ามาทางซินเดอเรลล่าแล้วพูดว่า
" ต่อจากนี้ก็มาถึงเธอแล้วล่ะ..
เธอจะไปงานเลี้ยงในวังด้วยชุดที่เก่า ๆ ปะแล้วปะอีก
และซอมซ่ออย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ " ซินเดอเรลล่า " "
พูดจบนางก็ยกไม้เท้าที่มีดวงดาวเล็ก ๆ
ของนางขึ้นมาอีกครั้ง แล้วชี้ไปที่ ตัวของซินเดอเรลล่า พลันก็ปรากฏแสงวาบจากปลาย
ไม้เท้าพุ่งตรงไปยัง ร่างที่บอบบางนั้น และทันใดนั้นเอง ร่างบาง ๆ ของ
ซินเดอเรลล่า ที่อยู่ใน
ชุดแต่งกายแบบเก่า ๆ ซอมซ่อเหมือนคนใช้ก็กลับกลายมาเป็นหญิงสาว
แสนสวยสะคราญโฉมอยู่ในชุดแต่งกายที่สวยหรู ผมเผ้า หน้าตานั้นเล่า
ก็ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดีไปในทันทีทันใดนั้นเลย....
แล้วในตอนสุดท้ายแม่มดผู้ใจดีก็ยังได้มอบรองเท้าคู่งามที่ทำจากแก้ว
บางใส สวมใส่ให้กับซินเดอเรลล่าอีกด้วย นางพูดอย่างใจดีว่า
" สำหรับ คนที่สวย ๆ
อย่างเธอก็จะต้องคู่ควรกับรองเท้าแก้วคู่สวย ๆ คู่นี้...ถึงจะถูกใช่ไหม? "
รองเท้าแก้วคู่งามคู่นั้นช่างเหมาะสม
และยังใส่ได้อย่างพอดิบพอดีกับเท้าเล็ก ๆ ของซินเดอเรลล่าอีกเสียด้วยสิ...
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
แม่มดผู้ใจดีก็ได้กระซิบบอกกับ ซินเดอเรลล่าว่า
" เอาละ
ทีนี้เธอก็ไปงานเลี้ยงได้แล้ว ฉันรับรองว่า เจ้าชายจะต้องไม่ยอม
ไปไหนให้ห่างจากเธอแน่นอน อ้อ...แต่ก็มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่งว่า เธอต้อง
ออกมาจากงานนั้นก่อนที่เที่ยงคืนจะมาถึง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เธอ จะต้อง
กลับร่างมาสู่ในสภาพเดิมอย่างเก่าของเธอต่อหน้าแขกทุกคน รวมทั้งคนสำคัญ
ที่เป็นหัวใจของงานอย่างเจ้าชายด้วย รับปากฉันสิ " ซินเดอเรลล่า... "
ทั้ง ๆ ที่ยังจะงง ๆ
อยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ซินเดอเรลล่าก็พยักหน้ารับคำ
แล้วแม่มดผู้ใจดีก็หายตัวไป สารถีร่างเล็กหน้าหลิมได้เชิญหญิงสาวให้ขึ้นรถ
แล้วก็เดินทางออกไปสู่จุดมุ่งหมายคือพระราชวัง....ทันที
ทันทีที่หญิงสาวก้าวท้าวเข้าไปสู่ในบริเวณงาน
สายตาทุกคู่ก็เหมือน พร้อมใจกันหันหน้ามามองดูเธอกันเป็นตาเดียว
พวกเขาต่างก็อ้าปาก ค้าง กับสภาพสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า
เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาว คนไหน จะสวย สง่า เท่าหญิงสาวคนนี้
ไม่เคยเห็นชุดที่ไหน จะสวยงามเท่าชุด ที่เธอสวมใส่ และ
อาการของทุกคนก็ทำเอาซินเดอเรลล่าซึ่งห่างจากเรื่องการ ออกงานมานานนั้นอดที่จะ
ประหม่าเขินอายเสียมิได้เลยทีเดียว แต่ขณะที่เธอ กำลังยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่นั้นเอง
เสียงนุ่มทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา
" ให้เกียรติเต้นรำกับฉันได้ไหม??"
นเดอเรลล่าหันหน้ามามองสบตากับเจ้าของเสียง
แล้วต่างคนก็ต่างสบตา กันนิ่งอยู่ราวกับมีแรงดึงดูดขนาดใหญ่ที่ดึงดูด
พวกเขาทั้งสองให้เข้าหากัน
เสมือนกับว่าสรรพสิ่งรอบกายชั่วขณะนั้นหยุดการเคลื่อนไหว พวกเขามอง
เห็นเพียงกันและกัน และก็ตกหลุมรักกันในทันที
ซินเดอเรลล่าเขินอายจนทำอะไร
ไม่ถูกเมื่อได้สบสายตาอันคบกริบที่ทอดมองมา แม้เธอจะไม่รู้จักผู้ชายตรงหน้า
นี้มาก่อน แต่จากเครื่องแต่งกายและบุคคลิกที่สง่างาม แฝงไว้ด้วยอำนาจ ก็ทำให้
ซินเดอเรลล่ารู้ได้ทันทีว่า ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอขณะนี้นั้น
จะเป็นใคร ไปเสียมิได้นอกจากคนสำคัญที่สุดของงานในค่ำคืนนี้...
ใช่แล้ว... "เจ้าชาย ! "
" เต้นรำกันเถอะ สาวน้อย "
เจ้าชายรูปงามเอ่ยย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวยังยืน
เงียบอยู่ คราวนี้หญิงสาวไม่ปฏิเสธคำชวน
และมือแข็งแรงที่ยื่นออกมาเชื้อเชิญตรงหน้า.... หลังจากนั้นก็ดูเหมือนกับว่า
โลกทั้งโลกนี้นั้นจะมีก็แต่เพียงพวก เขาสองคนเท่านั้น
พวกเขาต่างเต้นรำกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยทีเดียว....และในงานนั้นนาง
แม่เลี้ยงทั้งลูกสาวทั้งสองของนางต่างก็ยืนจ้องมองกันอยู่อย่างอิจฉาตาร้อน ในความ
สวยงามของหญิงสาวที่กำลังเต้นรำ อยู่ในวงแขนของเจ้าชายที่พวกเธอไฝ่ฟันอยาก
ที่จะเป็นเจ้าของหนักหนา แต่ไม่ว่าพวกเขาจะจ้องมองยังไง พวกเขาก็จะไม่ทันที่จะ
นึกหรือจำได้หรอกว่า หญิงสาวแสนสวยที่พวกเขามองอยู่จะเป็น "
ซินเดอเรลล่า"
ลูกเลี้ยงและน้องสาวที่แสนสกปรกมอมแมมของบ้านที่พวกเขาเกลียดแสนเกียดผู้นั้น
ได้เสียด้วย!
ครั้นพอใกล้ที่จะถึงเวลาเที่ยงคืน
เมื่อซินเดอเรลล่ารู้สึกตัวขึ้นนาฬิกาก็กำลัง จะตีบอกเวลาเที่ยงคืนเข้าพอดี
หญิงสาว รีบบอกขอตัวอำลาเจ้าชายทันที แล้วเริ่มวิ่งออกไปจากงาน
ซึ่งเธอจำได้ถึงคำพูดที่แม่มดผู้ใจดีได้บอกเธอไว้
" หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ "
แต่เจ้าชายพยายามที่จะถามนามของหญิงสาว
ที่พระองค์ได้ตระกองกอดหมุนเต้นรำไปทั่วทั้งงาน หากแต่หญิงสาวไม่ได้ ให้คำตอบ
เพราะได้แต่รุกรนและพยายามที่จะปลีกตัวออกไปจากงานให้จงได้
เจ้าชายพยายามรั้งเธอเอาไว้ หญิงสาวดิ้นรน และสุดท้ายก็หลุดออกมาจากอ้อม
กอดของเจ้าชายจนได้ แล้วรีบวิ่งออกไปจากงานโดยที่มีเจ้าชายก็ได้วิ่งตามเธอ มาติด ๆ
พลางร้องเรียก
" เดี๋ยวก่อน..เธอเป็นใครกันสาวน้อย
กรุณาบอกชื่อ และที่อยู่ของเธอให้แก่ฉันก่อนสิ... !"
แต่ก็ไม่มีการหันหลังกลับจาก
ซินเดอเรลล่า
หญิงสาวยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง... แล้วก็วิ่ง
และด้วยความเร็วบวกกับกระโปงที่ยาวรุ่มร่ามของเธอทำให้หญิง
สาวสะดุดบันใดล้มลง รองเท้าแก้วข้างหนึ่งต้องเป็นอันหลุดออกจากเท้า
แต่เธอก็ไม่มีเวลาพอที่จะหันกลับมาเก็บมันเสียแล้ว....เพราะทั้งเจ้าชายและ
ทหารได้วิ่งตามมาติด ๆ หญิงสาวจึงจำต้องทิ้งรองเท้าแก้ว แสนสวยข้างหนึ่ง
ไว้ที่นั่น เจ้าชายหยิบรองเท้าแก้วข้างนั้นขึ้นมา
และมองมันนิ่งอย่างพยายามใช้คิด.....
ส่วนข้างฝ่ายซินเดอเรลล่านั้น
เมื่อเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนแล้ว....ทุก ๆ
อย่างก็เริ่มละลายจางหายไปในทันที มันกลับสภาพคืนมาสู่สภาพเดิมของมัน ตามปกติ
เสื้อผ้าที่แสนสวยงามทั้งหน้าตาที่ถูกตบแต่งไว้อย่างดีนั้นหรือ ก็จางหาย
ไปจนหมด...ไม่ว่าจะเป็นรถม้า คนขับรถม้าประจำตัวของเธอและรวมถึงม้าทั้งหก
ตัวนั้นมันก็ได้กลับคืนมาสู่สภาพเดิมหรือร่างของมัน พวกมันต่างก็วิ่งหนีหายไปใน
ความมืดในที่สุด...ซินเดอเรลล่า
นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นดินอย่างเหน็ดเหนื่อยในชุดที่
ซอมซ่ออย่างเดิมของเธอ...แต่จะเป็นด้วยเพราะอะไรก็ไม่รู้ที่รองเท้าแก้วข้างเดียว
ที่เธอสวมใส่อยู่ในขณะนั้นมันยังคงหลงเหลืออยู่ที่เท้าของเธอไม่ยอมจางหายไปทางไหน...
น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก
และในเช้าของวันต่อมา
เจ้าชายก็ให้ทหารไปป่าวประกาศไปทั่วทั้งเมือง ว่า
"
หญิงสาวคนใดที่สามารถสวมใส่รองเท้าแก้วที่มีอยู่ ข้างเดียวนี้ได้ จะได้เข้าพิธีอภิเสกสมรสกับเจ้าชายทันที
"
ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่ว
ทั้งเมือง เพราะปรากฏว่ามีหญิงสาวมากมายอาสาเข้ามาลองใส่รองเท้า
แก้วข้างนั้นกันอย่างมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครที่จะใส่รองเท้าข้างนั้น ได้สักคน
ทหารจึงจำต้องนำรองเท้าข้างนั้นออกนอกเมือง ไปยังหมู่บ้าน ต่าง ๆ
เพื่อให้หญิงสาวทั้งหลายได้ลองสวมใส่ได้อย่างทั่วถึง...แต่ผลก็เป็น เช่นเดิม
คือยังไม่มีใครตนใดที่จะใส่รองเท้าแก้วข้างนั้นได้สักเลยคนเดียว..
จนกระทั่งขบวนทหารได้มาถึงที่บ้านของ
ซินเดอเรลล่า พี่สาวสองคน
ของเธอดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ทั้งสองต่างก็หวังว่าตัวเอง อาจจะสามารถ
สวมใส่รองเท้าข้างนั้นได้ แต่สำหรับพี่สาวคนโตรองเท้าแก้วข้างนั้นเล็ก ไปสำหรับเธอ
ส่วนพี่สาวคนที่สองเท้าของเธอก็เล็กเกินไปสำหรับรองเท้า
แก้วแสนสวยข้างนั้นทหารจึงได้ขอตัวเตรียมที่จะลากลับ....
แล้วในขณะนั้นซินเดอเรลล่า
ก็ได้ออกมาปรากฏตัวขึ้นและพูดว่า
"
ขอให้ฉันได้ลองสวมรองเท้าข้างนั้น ดูหน่อยได้มั้ยคะ "
เมื่อเธอพูดจบเสียงหัวเราะ หยามหยันจากแม่เลี้ยงและพี่สาวทั้งสองของเธอก็ดังขึ้น
นางแม่เลี้ยงยืนเท้าสะเอว และพูดว่า
" ชะ แม่คนนี้
ขนาดพี่สาวแสนสวยทั้งสองของแกยังใส่ไม่ได้เลย แล้ว น้ำหน้าอย่างแก
จะมีภูมิปัญญาถึงได้ยังไง?... " ตอนท้ายนางยังหันไปทางนายทหาร
เหล่านั้นแล้วพูดแบบออกคำสั่งว่า " เก็บรองเท้า นั่นกลับไปเถิด
ที่นี่ไม่มีใครจะใส่ รองเท้าแก้วข้างนั้นได้อีกแล้ว "
แต่นายทหารทั้งหลายไม่ยอมทำตามคำสั่งของนางแม่เลี้ยงอย่างง่าย
ๆ เขา ได้พูดขึ้นว่า " เจ้าชายได้บอกและออกคำสั่ง กำชับกับเรามาว่า
ต้องให้หญิง สาวทุกคนที่อยู่ในเมืองนี้ได้ลองใส่ทุกคน เพราะฉะนั้นถึงนางจะเป็นใคร
หรือจะอยู่ในฐานะเช่นไรก็ตามทีเถอะ นางนั้นมีสิทธิ์ " พูดจบเขาก็ยื่นรองเท้า
ให้ซินเดอเรลล่าสวมใส่ท่ามกลางสายตาแห่งความไม่พอใจของทั้งสามคนนั่นแหละ และทันที
ที่ซินเดอเรลล่าลองสวมดูก็ปรากฏว่า เธอสวมรองเท้าแก้วข้างนั้นได้อย่าง เหมาะสม
นำความแปลกใจและตกใจมาสู่ทุก ๆ คน แล้วซินเดอเรลล่า ก็ได้นำเอา
รองเท้าแก้วอีกข้างหนึ่งที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้นั้นออกมา...........
นายทหารดีใจมากรีบนำเรื่องไปทูลเจ้าชาย
เจ้าชายก็ทรงดีพระทัยเป็นอย่างมาก และได้รีบยกขบวนกันไปที่บ้านของ ซินเดอเรลล่า
และไม่นานจากนั้นต่อมา เจ้าชายก็จัดพิธีอภิเษกสมรสกับซินเดอเรลล่า อย่างมโหฬาร
และจากนั้นทั้งสองก็ ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดมา...
คติที่น่าชื่นชมของนิทานเรื่อง
ซินเดอเรลล่า ก็คงจะมีอยู่ที่ว่า
" ความดี ความอดทน จะส่งผล
ที่หอมหวานเสมอ..."ใช่ไหมคะ.....
ที่มา: http://sukumal.net