ใส่ใจสุขภาพและเรื่องราวรอบตัว
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ หรือเลือกใช้เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรือนร่าง เราอยากแบ่งปันประสบการณ์และและเกร็ดความรู้จากเรื่องที่เราอ่าน เรื่องที่เราสนใจศึกษา และแบ่งปันประสบการณ์จากที่เราทดลองใช้ด้วยตัวเอง ถึงประโยชน์และโทษ และอันตรายของสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงมีประโยชน์กับท่านผู้อ่าน ไม่มากก็น้อยค่ะ
ก่อนที่เราจะเริ่มรับประทานอาหารเสริม เรามาทำความรู้จักกับ "อาหารหลัก 5 หมู่" ที่จำเป็นต่อร่างกายกันก่อนนะค่ะ

ถ้าเรารับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมให้เปลืองสตางค์ แต่อย่างใดนะค่ะ
อาหารหลัก 5 หมู่ ประกอบด้วย
หมู่ที่ 1 นม ไข่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเมล็ดแห้ง และงา ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรง และช่วยซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอ (โปรตีน)

ที่มา: http://www.susheewa.com/blog/uploads/ProteinFoods.jpg
หมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง เผือกมัน น้ำตาล ให้พลังงานแก่ร่างกาย (คาร์โบไฮเดรต)

หมู่ที่ 3 พืชผัก ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ (แร่ธาตุ เกลือแร่ วิตามิน)

หมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆ ให้ประโยชน์ เช่นเดียวกับหมู่ที่ 3 (แร่ธาตุ เกลือแร่ วิตามิน)

หมู่ที่ 5 น้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์ ซึ่งจะให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย (ไขมัน)

การทานอาหารครบ 5 หมู่นั้น ควรทานอาหารในแต่ละมื้อให้หลากหลายเพื่อให้ร่างกาย ได้รับ สารอาหาร ต่างๆ ครบในปริมาณ ที่เพียงพอ กับความต้องการ ควรทานอาหารให้หลากหลาย อย่าทานซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้ได้รับสารอาหารบางประเภทไม่เพียงพอหรืออาจได้รับมากเกินไป
นอกจากนี้ยังมีน้ำและสารอื่นๆ เช่น ใยอาหารซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ทำงานได้ตามปกติ
1)โปรตีน อยู่ในอาหารหมู่ที่ 1 พบใน เนื้อสัตว์ต่าง ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง และนม โปรตีนมีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ช่วยให้ ร่างกายเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ เด็กและคนที่อยู่ในวัยเจริญเติบโตต้องการโปรตีน มากกว่าวัยอื่น ๆ
2)คาร์โบไฮเดรต อยู่ในอาหารหมู่ที่ 2 พบในแป้งและน้ำตาล เช่น แป้งข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวโพด แป้งสาลี แป้งมันสำปะหลัง แป้งขนมปังต่างๆ เผือก มัน
ลูกกวาด น้ำเชื่อม น้ำตาล น้ำผึ้ง ช็อกโกแลต ขนมหวาน เป็นต้น คาร์โบไฮเดรทมีประโยชน์คือ ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย คาร์โบไฮเดรท 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่
ถ้าร่างกายขาดสารอาหารคาร์โบไฮเดรท ก็จะทำให้ร่างกายขาดพลังงาน อ่อนเพลียและเกิดโรคแทรกซ้อนได้
3) วิตามินในผักและผลไม้ อยู่ในอาหารหมู่ที่ 3 และ 4 พบใน ผักชนิดต่าง ๆ เช่น ตำลึง คะน้า มะเขือเทศ กะหล่ำปลี กระถิน มะเขือเทศ แครอท
และวิตามินในผล เช่น ฝรั่ง กล้วย มะละกอ ส้ม มะม่วง องุ่น มังคุด สับปะรด พุทธา
อาหารแต่ละชนิดจะให้วิตามินที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวิตามินที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน A , B1, B2 , C, D
4)ไขมัน อยู่ในอาหารหมู่ที่ 5 พบใน ไขมันพืชและสัตว์ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา น้ำมันเมล็ดทานตะวัน กะทิ น้ำมันหมู น้ำมันไก่ เนย
ไขมันมีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรท แต่ไขมันให้พลังงาน มากกว่าคาร์โบไฮเดรทถึง 2 ½ เท่า คือ ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ อีกทั้งยังช่วยในการละลาย วิตามิน A,D,E,K เพื่อให้ร่างกายสามารถ ดูดซึมวิตามินเหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
วิตามิน
วิตามิน A : มีมากในน้ำมันตับปลา ไข่แดง นม ผักและผลไม้ที่มีสีแดง เหลือง และเขียว เช่น ฟักทอง แครอท มะละกอสุก ผักบุ้ง
วิตามิน B1 : มีมากในข้าวซ้อมมือ เนื้อหมู ตับ ไข่ และถั่วต่าง ๆ การรับประทานอาหาร ที่มีวิตามินบี 1 เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย มีประโยชน์คือ ทำให้ระบบประสาททำงานได้ปกติและช่วยให้ป้องกันโรคเหน็บชาได้
วิตามิน B2 : มีมากในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ปลา ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบเขียว ถ้าร่างกายขาดวิตามินบี 2 จะทำให้เป็นแผลที่มุมปาก ซึ่งเรียกว่า โรคปากนกกระจอก
วิตามิน C : มีมากในผักและผลไม้สด เช่น ตำลึง คะน้า กะหล่ำปลี พริกหยวก ผักบุ้ง มะเขือยาว ส้ม มะขามป้อม ฝรั่ง สับปะรด เชอรี่
วิตามินD : มีมากในน้ำมันตับปลา ไข่แดง นม ตับสัตว์ การรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกอ่อน
เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น แคลเซี่ยม เหล็ก ไอโอดีน ที่ช่วยทำให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานปกติแล้วยังมีสารอาหาร อีกประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่ให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานปกติเช่นเดียวกับวิตามิน อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคบางชนิด
แคลเซี่ยม : มีมากในนม ไข่แดง ปลาเล็กปลาน้อย กุ้ง กะปิ และผักใบเขียวการรับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ช่วยสร้างกระดูกและฟัน และยังช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อนและฟันผุ
เหล็ก : เป็นเกลือแร่ที่มีมากในตับทุกชนิด เครื่องในสัตว์ ไข่แดง เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว และถั่วเมล็ดแห้ง การรับประทานอาหารที่มีเหล็กมาก มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ เหล็กจะช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
ไอโอดีน: เป็นเกลือแร่ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ ของการสร้างฮอร์โมนธัยรอกซินจากต่อม ธัยรอยด์ ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของ ร่างกายและสมอง ด้วยเหตุที่ สารไอโอดีนมีความสำคัญต่อ การสร้างฮอร์โมนธัยรอกซินนี้เอง ร่างกายของเรา จึงจำเป็นต้องได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ ถ้าร่างกายของเราได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอ ก็จะมีผลทำให้ ต่อมธัยรอยด์เกิดการขยายตัว และเป็นเหตุทำให้ เกิดโรคคอหอยพอก นั่นเอง อาหารที่มีสารไอโอดีน ได้แก่ อาหารจำพวกปลาทะเล กุ้ง หอย ปู และเกลือเสริมไอโอดีน
น้ำ : เป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุด และมีมากที่สุดในร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญ ของเซลและเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย ช่วยดูดซึมวิตามิน บีและซี ในร่างกายของเรา
น้ำยังมีประโยชน์อีกคือ ทำให้ ผิวพรรณสดชื่นช่วยเผาผลาญอาหาร นำสารอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของ ร่างกายและช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
(http://www.bodin2.ac.th/web/3679/sumkun05.htm)
*หากเรารับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ในแต่ละมื้อ *ทานอาหารซ้ำซาก จำเจ ไม่หลากหลาย *ทานอาหารที่ขาดคุณค่าและประโยชน์ *ช่วงอายุ วัยเด็ก, วัยรุ่น, วัยผู้ใหญ่, วัยชรา ย่อมต้องการสารอาหารในปริมาณมากน้อยที่แตกต่างกัน *ระบบย่อยและการเผลาผลาญ ของแต่ละคนที่แตกต่างกัน * ถ้าคุณมีอาการป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่ง หรือร่างกายอ่อนแอ อาหารเสริมก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะบริโภค |